ดัดแปลง Resident Evil:Extinction
Resident Evil: Extinction คือภาคที่ 3 และภาคสุดท้ายของหนังไตรภาคชุด Resident Evil ที่ดัดแปลงจากเกมคอนโซลที่ฮิตถล่มทลายทั่วโลก หนังภาคแรกได้ก่อกำเนิดโลกแห่ง Resident Evil ขึ้น ส่วนหนังภาคที่สองซึ่งใช้ชื่อตอนว่า Apocalypse เล่าเรื่องราวต่อจากภาคแรกว่า อลิซ, แอลเจ และเจ้าหน้าที่ของอัมเบรลล่าที่ถอนตัวจากบริษัท คาร์ลอส โอลิเวร่า ได้หลบหนีออกจากแรคคูนซิตี้ ซึ่งอัมเบรลล่าคอร์ปวางแผนกำจัดพวกเขาทันที ใน Resident Evil: Extinction ทั้งหมดร่อนเร่อยู่กลางทะเลทราย เดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งด้วยรถเกราะ พร้อมกับวิ่งหนีและกราดยิงฝูงซอมบี้ที่ซ่อนตัวอยู่ในทะเลทรายอันรกร้างและกว้างใหญ่ไพศาลที่ไม่น่าเชื่อว่าเคยเป็นที่ตั้งของเมืองที่มีอารยธรรมมาก่อน
ผมคิดว่าหนังชุด Resident Evil ไม่ได้เป็นแค่หนังซอมบี้ ผู้อำนวยการสร้าง พอล แอนเดอร์สัน ผู้อยู่เบื้องหลังหนังทั้งสามภาคกล่าว มีสิ่งมีชีวิตหลายชนิดในหนัง นอกจากซอมบี้ ทั้งยังเต็มไปด้วยแนวคิดเกี่ยวกับนิยายวิทยาศาตร์ เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นมากกว่าหนังวอมบี้
ผู้อำนวยการสร้าง เบิร์นด์ ไอชินเกอร์, โรเบิร์ท คัลเซอร์ และมาร์ติน มอสโควิกซ์ จากบริษัท Constantin ผู้อยู่เบื้องหลัง Resident Evil สองภาคแรกกลับมารวมทีมอีกครั้งกับ แซมวล แอล และวิคเตอร์ ฮาดิด้า จาก Davis Film พร้อมกับเจเรมี่ โบลต์ จาก Impact Picture และพอล แอนเดอร์สัน พอลสร้างความไม่ธรรมดาให้กับหนังเรื่องนี้ ผู้อำนวยการสร้าง โรเบิร์ท คัลเซอร์กล่าว มันให้ความรู้สึกเหมือนหนังมหากาพย์ กับเรื่องราวที่เหนือชั้นและระทึกทุกวินาที ตัวละครต้องกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอด เขาผูกพันกับหนังชุดนี้, กับตัวเหล่านี้ และกับโลกของเกมนี้มาก ผมเกมเป็นตัวจุดประกายจินตนาการของเขาจริงๆ ตอนประชุมครั้งแรกกับรัสเซลล์ เขาเอาหนังสือมาด้วยเล่มนึง ผู้อำนวยการสร้างคัลเซอร์เล่า เขาทำสตอรี่บอร์ดของหนังทั้งเรื่องมาให้ดู แบบช็อตต่อช็อต ฉากต่อฉาก เราทึ่งกันหมดทุกคน
ภาคนี้ ผู้ที่มาขึ้นแท่นผู้กำกับ คือ รัสเซลล์ มัลคาไฮ ที่เริ่มต้นอาชีพจากการเป็นผู้กำกับมิวสิควิดีโอ ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับหนังใหญ่ใน Highlander และภาคต่อ รวมทั้ง The Shadow และ Ricohet สำหรับผู้กำกับรุ่นผม Highlander ถือเป็นหนังที่สำคัญเรื่องหนึ่ง แอนเดอร์สันกล่าว รัสเซลเป็นผู้บุกเบิกแนวภาพที่โดดเด่นแบบหนึ่ง โดยให้กล้องเคลื่อนไหวเยอะ ใช้เครนยกกล้องบ่อย และตัดภาพฉับไวตลอดเรื่อง เขาเป็นคนที่ตาแหลมมากกับวิธีการถ่ายทำ งานของเขามีอิทธิพลกับผมมากในฐานะคนทำหนัง และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงตื่นเต้นเป็นพิเศษที่ได้ร่วมงานกับเขาครั้งนี้
ผมชอบหนังสยองขวัญอยู่แล้ว การได้มาทำหนังเรื่องนี้ก็เลยเป็นอะไรที่เยี่ยมมาก มัลคาไฮกล่าว ถ้าพูดในแง่ของภาพ Resident Evil: Extinction จะต่างกับสองภาคที่แล้ว ภาคแรกเกิดขึ้นในสถานที่แคบๆ ส่วนภาคที่สองเกิดขึ้นบนถนนมืดๆที่ชื้นแฉะในภาคนี้มันจะเกิดขึ้นในทะเลทราย มันให้ความรู้สึกเหมือนยุคคาวบอย แต่มีความเป็นอนาคต, บ้าคลั่งและน่ากลัว
เราได้แรงบันดาลใจหลายอย่างจากหนังประเภทหนึ่งที่ผมชอบดูมาตั้งแต่เด็ก นั่นก็คือหนังเกี่ยวกับโลกหลังหายนะ เช่น Mad Max กับ The Road Warrior ที่ผมที่สุด แอนเดอร์สันกล่าว ผู้ชมยังไม่รู้หรอกว่าการได้เห็นรถบรรทุกหุ้มเกราะระเบิดกลางทะเลทรายน่ะมันเจ๋งขนาดไหน
ขณะที่เหตุการณ์ในหนังสองภาคที่แล้วเกิดขึ้นในสถานที่คับแคบอึดอัด แต่ฉ
ากแอ๊คชั่นใหญ่ยักษ์ในภาคสามนี้จะเกิดขึ้นท่ามกลางสภาพภูมิประเทศหลังหายนะ เวลากลางวันแสกๆ ความน่ากลัวไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นตอนกลางคืน มันอาจโผล่มาตอนกลางวันก็ได้ ซึ่งบางครั้งอาจจะน่ากลัวกว่าด้วย มัลคาไฮกล่าว ฉากสยองในที่มืดเราก็มีครับ แต่งานภาพของพื้นทรายร้อนๆกับพายุทะเลทรายดูเจ๋งกว่า อย่างเช่น ภาพเมืองลาสเวกัสจมอยู่ใต้พื้นทราย จากนั้นคุณจะได้เห็นห้องทดลองใต้ดินของอัมเบรลล่าคอร์ปที่ออกสีฟ้า ให้ความรู้สึกเย็น และมีพื้นผิวเป็นโลหะ มันต่างกันลิบลับและน่าประหลาดใจ ส่งผลกับความรู้สึกข้างใน โดยไม่ทิ้งองค์ประกอบของเกม ซึ่งสำคัญมาก เราตั้งใจเอาไว้ว่าจะเคารพจิตวิญญาณของเกมให้มากที่สุด
Extinction สะท้อนสภาพสังคมปัจจุบัน เช่นเดียวกับ Resident Evil ภาคก่อนๆ หนังเรื่องนี้พูดถึงการขาดแคลนน้ำมัน, ของใช้ และทะเลทรายที่เข้ามาทำลายอารยธรรมของเมืองที่เคยรุ่งเรือง คัลเซอร์กล่าว ถึงมันจะเป็นหนังวิทยาศาสตร์ที่แต่งขึ้น แต่มันก็สะท้อนให้เราเห็นโลกที่เราอยู่ปัจจุบัน
เรื่องราวใน Resident Evil: Extinction แต่งขึ้นใหม่ก็จริง แต่โลกในหนังก็ยังคงเป็นโลกที่คอเกมคุ้นเคย มันเป็นการนำเกมขึ้นจอหนังโดยไม่ให้แฟนเกมผิดหวัง แต่ก็ต้องเพิ่มส่วนประกอบสนุกๆทางภาพยนตร์เข้าไปเพื่อขยายกลุ่มผู้ชมให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะคนที่เคยเล่นเกม Resident Evil มาก่อน แอนเดอร์สันกล่าว
หัวใจของความสยองในภาพยนตร์ชุด Resident Evil คือซอมบี้ที่กลายพันธุ์จากการได้รับทีไวรัสเข้าไป ขณะที่คอนเซ็ปต์เกี่ยวกับซอมบี้ยังคงเดิม แต่ความน่ากลัวของมันจะเพิ่มขึ้นในภาคนี้ ซอมบี้ในเกมได้รับการพัฒนาและขยายวงกว้างขึ้น ซึ่งเราคิดว่าในหนังก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แอนเดอร์สันอธิบาย เพราะฉะนั้นเราก็เลยแนะนำผู้ชมให้รู้จักสุดยอดซอมบี้ที่เกิดจากการทดลองของอัมเบรลล่าคอร์ปที่พยายามจะคืนพลัง, ความคิดอ่าน และความเป็นมนุษย์นิดหน่อยให้พวกซอมบี้ แต่โชคร้ายที่การทดลองไม่ประสบความสำเร็จและเกิดผลข้างเคียง ทำให้ซอมบี้ธรรมดา กลายเป็นสุดยอดซอมบี้ที่เคลื่อนไหวเร็วกว่า, แข็งแกร่งกว่า และฉลาดกว่า ถือเป็นศัตรูที่น่ากลัวมากทีเดียว
อย่างไรก็ตาม พวกซอมบี้กระหายเลือดไม่ใช่ตัวร้ายสายพันธุ์เดียวที่ตามล่าตัวละครในภาคนี้ เรายังมีไทแรนต์ ซึ่งเป็นสัตว์ประหลาดตัวโปรดของคอเกม แอนเดอร์สันกล่าว แน่นอนว่ามันก็เป็นตัวร้ายที่ผมชอบมากตัวหนึ่ง เรานำตัวร้ายเก่าอื่นๆกลับมาด้วย เช่น หมาซอมบี้ และใส่ฉากอีกาซอมบี้เข้าไปอย่างเป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรก มีฉากหนึ่งที่เป็นฉากอีกากลายพันธุ์ ซึ่งมันเยี่ยมมากเลย
ขณะที่ยึดหัวใจของเกมเป็นหลัก แอนเดอร์สันก็ใส่แนวคิดใหม่ๆเข้าไปในหนังด้วย ซึ่งผู้กำกับมัลคาไฮช่วยเขาได้มาก การก๊อปปี้เกมไปทำทั้งดุ้น ไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่ เพราะทำแบบนั้นคนที่เล่นเกมจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป และตัวละครตัวไหนจะอยู่หรือจะตาย แอนเดอร์สันกล่าว เราต้องซื่อสัตย์กับเกม แต่ขณะเดียวกันก็ต้องแหกกฎนิดหน่อย นั่นแหละคือหนึ่งในความท้าทาย
จาก http://entertainment.msnth.com
ชมตัวอย่างหนัง http://www.crazyhandfree.th.gs/web-c/razyhandfree/Movie1.html
By SBN
edit @ 2007/09/28 17:30:56